9514789899005

ถ้ามองชีวิตของเจ้าพระคุณสมเด็จ พระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ในฐานะที่ทรงเป็นพระสงฆ์รูปหนึ่ง จะเห็นแบบอย่างของชีวิตในทางธรรมที่ชัดเจนอีกภาพหนึ่งนั่นคือ ปฏิปทาแบบอย่าง สำหรับพระสงฆ์ทั่วไป

พระปฏิปทาอันเป็นแบบอย่างดังกล่าว คือ ทรงเป็นผู้ทรงปริยัติและไม่ทิ้งปฏิบัติ

เจ้าพระคุณสมเด็จฯ ทรงสำเร็จเปรียญธรรม 9 ประโยค อันเป็นชั้นสูงสุดของหลักสูตรการศึกษาด้านปริยัติธรรมของคณะสงฆ์

นอกจากนี้ ยังทรงใฝ่แสวงหาความรู้ทางพระพุทธศาสนา และความรู้ด้านอื่นๆ อยู่เสมอ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ความรู้ทางพระพุทธศาสนาหรือความรู้ทางธรรม พระองค์ทรงใช้การพิจารณาไตร่ตรอง เพื่อความแจ่มแจ้งในธรรมอยู่เสมอ ไม่ทรงถือพระองค์ว่า เป็นผู้รู้แล้ว แต่ทรงถือพระองค์ว่าเป็นผู้กำลังศึกษา ดังที่มักทรงกล่าวในเวลา ทรงสอนธรรม แก่นทั้งหลายด้วยความถ่อมพระองค์ว่า “ในฐานะ ผู้ร่วมศึกษาปฏิบัติธรรมด้วยกัน”

แต่ในขณะเดียวกัน เจ้าพระคุณสมเด็จฯ ทรงเอาพระทัยใส่ในการปฏิบัติด้วยกล่าวคือ ทรงปฏิบัติสมาธิกัมมัฏฐานเป็นประจำอย่าง ต่อเนื่อง แม้ว่าพระองค์จะประทับอยู่ในพระอาราม ที่อยู่ท่ามกลางบ้านเมือง ที่เรียกว่า “คามวาสี”

แต่พระองค์ก็ทรงปฏิบัติพระองค์ตามอย่างของพระที่ประจำอยู่ในวัดท่ามกลาง ป่าเขา ที่เรียกว่า “อรัญวาสี” กล่าวคือ ในตอนกลางวันก็ศึกษาธรรม ปฏิบัติกิจวัตรต่างๆ ตอนกลางคืน ทรงไหว้พระสวดมนต์ประจำวันแล้วทำสมาธิกัมมัฏฐานอย่างน้อย 1 ชั่วโมงแล้วจึงบรรทม ทรงตื่นบรรทมเวลา 3 นาฬิกาครึ่ง หลังจากทำกิจส่วนพระองค์เรียบร้อยแล้ว ทรงทำวัตรสวดมนต์ประจำวันแล้ว ทรงสวดพระสูตรต่างๆ ทรงทบทวนพระปาติโมกข์ ทำสมาธิกัมมัฏฐานจนถึงรุ่งอรุณ จึงเสด็จออกบิณฑบาต

แม้เมื่อทรงเป็นสมเด็จพระราชาคณะแล้ว เจ้าพระคุณสมเด็จฯ ยังเสด็จออกบิณฑบาต ยกเว้นวันที่มีศาสนกิจอื่น เพราะทรงถือ ว่าการเดินบิณฑบาตกิจวัตรของพระและเป็นการออกกำลังไปพร้อมกันด้วย

การปฏิบัติสมาธิกัมมัฏฐาน เจ้าพระคุณสมเด็จฯ ทรงถือเป็นหน้าที่ที่ภิกษุสามเณรพึงปฏิบัติ ทรงแนะนำภิกษุ-สามเณรอยู่เสมอว่า การปฏิบัติสมาธิกัมมัฏฐาน เป็นการหางาน ให้ใจทำใจจะได้ไม่ว่าง หากใจว่าง ใจก็จะฟุ้งซ่านวุ่นวายไปในเรื่องไม่เป็นเรื่อง ที่สำคัญ คือ การปฏิบัติสมาธิกัมมัฏฐาน เป็นการรักษาใจให้สงบ ซึ่งจะช่วยให้ภิกษุสามเณรดำรงอยู่ในสมณเพศอย่างเป็นสุข ภิกษุสามเณรที่ไม่เคยปฏิบัติสมาธิกัมมัฏฐานนั้น มักจะเป็นอยู่อย่างไม่เป็นสุข หรือที่สุดอยู่ ไม่ได้ ก็ต้องลาสิกขาออกไป

ความเป็นผู้สำรวมระวังในพระวินัย คือ ความเคร่งครัดในพระวินัย พระปฏิปทาข้อนี้ ย่อมเป็นที่ปรากฏต่อสายตาของคนทั่วไปผู้ได้เคยพบเห็นเจ้าพระคุณสมเด็จฯ เป็นต้นว่า ทรงเป็นผู้สงบนิ่ง พูดน้อย ไม่ว่าประทับในที่ใด ทรงอยู่ในพระอาการสำรวมเสมอ

ความเป็นผู้มักน้อยสันโดษ เจ้าพระคุณสมเด็จฯ ทรงปฏิบัติพระองค์อย่างเรียบง่าย แม้ที่อยู่อาศัยก็ไม่โปรดให้ประดับตกแต่ง ทรงเตือนภิกษุสามเณรอยู่เสมอว่า “พระเณรไม่ควรอยู่อย่างหรูหรา”

พระปฏิปทาข้อนี้ที่ปรากฏอย่างชัดเจนอีกอย่างหนึ่ง คือ ไม่ทรงสะสมวัตถุสิ่งของที่มีผู้ถวายมา ก็ทรงแจกจ่ายต่อไปตามโอกาส

ครั้งหนึ่งมีผู้แสดงความประสงค์จะถวายรถยนต์สำหรับทรงใช้สอยประจำพระองค์ เพื่อความสะดวกในการที่จะเสด็จไป ทรงปฏิบัติภารกิจในที่ต่างๆ ส่วนพระองค์

พระองค์ก็ตอบเขาไปว่า “ไม่รู้จะเอาเก็บไว้ที่ไหน” จึงเป็นอันว่าไม่ทรงรับถวาย

ในวโรกาสทรงบำเพ็ญพระกุศลฉลองพระชนมายุ 80 พรรษา หลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ ทูลถวายจตุปัจจัยร่วมบำเพ็ญพระกุศล 7 ล้านบาท เจ้าพระคุณสมเด็จฯ ทรงอนุโมทนา ขอบคุณหลวง พ่อคูณแล้วตรัสกับหลวงพ่อคูณว่า “ขอถวายคืนร่วมทำบุญกับหลวงพ่อด้วยก็แล้วกัน” ก็เป็นอันว่า ทรงรับถวายแล้วก็ถวายคืนกลับไป

เจ้าพระคุณสมเด็จฯ ทรงเตือนภิกษุสามเณรอยู่เสมอว่า “เป็น พระต้องจน” และไม่เพียงแต่ทรงสอนผู้อื่นเท่านั้น แม้พระองค์เองก็ทรงปฏิบัติพระองค์เป็นพระที่จนเหมือนกัน

พระปฏิปทาของเจ้าพระคุณสมเด็จฯ ในฐานะที่ทรงเป็นพระรูปหนึ่ง จึงเป็นที่น่าประทับใจ

เป็นพระปฏิปทาที่ควรแก่การยึดถือเป็นแบบอย่าง