ถ้ามองชีวิตของเจ้าพระคุณสมเด็จ พระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ในฐานะที่ทรงเป็นพระสงฆ์รูปหนึ่ง จะเห็นแบบอย่างของชีวิตในทางธรรมที่ชัดเจนอีกภาพหนึ่งนั่นคือ ปฏิปทาแบบอย่าง สำหรับพระสงฆ์ทั่วไป พระปฏิปทาอันเป็นแบบอย่างดังกล่าว คือ ทรงเป็นผู้ทรงปริยัติและไม่ทิ้งปฏิบัติ เจ้าพระคุณสมเด็จฯ ทรงสำเร็จเปรียญธรรม 9 ประโยค อันเป็นชั้นสูงสุดของหลักสูตรการศึกษาด้านปริยัติธรรมของคณะสงฆ์ นอกจากนี้ ยังทรงใฝ่แสวงหาความรู้ทางพระพุทธศาสนา และความรู้ด้านอื่นๆ อยู่เสมอ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ความรู้ทางพระพุทธศาสนาหรือความรู้ทางธรรม พระองค์ทรงใช้การพิจารณาไตร่ตรอง เพื่อความแจ่มแจ้งในธรรมอยู่เสมอ ไม่ทรงถือพระองค์ว่า เป็นผู้รู้แล้ว แต่ทรงถือพระองค์ว่าเป็นผู้กำลังศึกษา ดังที่มักทรงกล่าวในเวลา ทรงสอนธรรม แก่นทั้งหลายด้วยความถ่อมพระองค์ว่า “ในฐานะ ผู้ร่วมศึกษาปฏิบัติธรรมด้วยกัน” แต่ในขณะเดียวกัน เจ้าพระคุณสมเด็จฯ ทรงเอาพระทัยใส่ในการปฏิบัติด้วยกล่าวคือ ทรงปฏิบัติสมาธิกัมมัฏฐานเป็นประจำอย่าง ต่อเนื่อง แม้ว่าพระองค์จะประทับอยู่ในพระอาราม ที่อยู่ท่ามกลางบ้านเมือง ที่เรียกว่า “คามวาสี” แต่พระองค์ก็ทรงปฏิบัติพระองค์ตามอย่างของพระที่ประจำอยู่ในวัดท่ามกลาง ป่าเขา ที่เรียกว่า “อรัญวาสี” กล่าวคือ ในตอนกลางวันก็ศึกษาธรรม ปฏิบัติกิจวัตรต่างๆ ตอนกลางคืน ทรงไหว้พระสวดมนต์ประจำวันแล้วทำสมาธิกัมมัฏฐานอย่างน้อย 1 ชั่วโมงแล้วจึงบรรทม ทรงตื่นบรรทมเวลา 3 นาฬิกาครึ่ง […]

เวลาเรานั่งฟังใครสักคนกำลังเถียงกัน แต่ละคนต่างยกเอาความดีของตัวเองขึ้นมาข่มคนอื่น หรือบางทีก็ตอกย้ำความไม่ดีของคนอื่นไปพร้อมกันด้วย ยิ่งถ้าเราเป็นนักฟังความฝ่ายเดียวอาจเกิดความเอนเอียงไปข้างใดข้างหนึ่งได้ไม่ยาก พระพุทธศาสนาจึงสอนให้เราฟังให้รอบด้านโดยเฉพาะฟังจากเสียงของคนที่เป็นศัตรูทางความคิดกัน เป็นการฟังแบบปรโตโฆษะ (ฟังจากฝ่ายศัตรูหรือคนอื่น) จะช่วยทำให้ตัดสินอะไรได้ชัดขึ้นว่าตกลงใครดีกว่ากันหรือใครผิดใครถูก อย่างมีครั้งหนึ่งมีการโต้เถียงกันระหว่างบุคคล 4 คน ผู้ถือว่าสิ่งที่ตนเองทำดีกว่าผู้อื่น เรามาลองอ่านไปพร้อมๆ กันแล้วช่วยกันตัดสินว่าใครกันแน่ที่ดีกว่ากัน ท่านแรกเป็นพระยานาคกล่าวความดีของตนเองว่า “เรากับพระยาครุฑถือว่าเป็นศัตรูกันตั้งแต่เกิด แต่เราเองไม่เคยโกรธต่อพระยาครุฑที่ทำร้ายเราเลยสักครั้งเดียว ฉะนั้น เราน่าจะมีศีลดีกว่าทุกท่าน ณ ที่นี้ เพราะคนที่ไม่โกรธคนที่ทำร้ายเรา ถือว่าเป็นผู้สงบที่สุด” พระยานาคได้ย้ำความดีคือไม่มีความโกรธ ฝ่ายพระยาครุฑได้ฟังก็กล่าวต่อ “หากนาคเป็นอาหารที่ดีที่สุด แล้วลองคิดดูสิว่า ขนาดเราเห็นอาหารอย่างนั้นแล้วยังอดกลั้นไม่ทำชั่วได้ แม้จะหิวอย่างไรก็ตาม เราน่าจะมีศีลมากกว่า เพราะคนที่อดทนต่อความอยาก กินข้าวและน้ำพอประมาณ ไม่ทำชั่ว เขาน่าจะเป็นผู้สงบที่สุดซิ” พระยาครุฑได้สรรเสริญการไม่ทำชั่วของตนเองเพราะเรื่องอาหาร พอได้ฟังทั้งสองฝ่ายว่าถึงความดีของแต่ละคน ฝ่ายท้าวสักกเทวราชจึงตรัสขึ้นบ้าง “ท่านลองคิดดูกันซิ เราละสมบัติในสวรรค์ที่สุดแสนจะสุขสบายทุกอย่างแล้วกลับมายังโลกเพื่อรักษาศีล เราน่าจะมีศีลมากกว่า เพราะเราได้ละทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับกาม เราต่างหากน่าจะเป็นผู้สงบที่สุด” ท้าวสักกะทรงสรรเสริญการละความยินดีในกามคุณของพระองค์ คนสุดท้าย คือ พระเจ้าธนัญชัยผู้ฟังความดีของแต่ละท่านแล้วก็ตรัสต่อ “ส่วนเราละสมบัติทุกอย่าง ทั้งราชวังที่เห็นกันอยู่ ไม่เหมือนท้าวสักกะที่ได้รับสมบัติและได้ประโยชน์จากการรักษาศีลมาแล้ว เราเองแม้จะยังไม่รู้ แต่ก็สละทุกอย่าง ไม่มีความกังวลอะไรอีก เพราะไม่ยึดติดทุกอย่างจึงออกมาปฏิบัติธรรม เราน่าจะเป็นผู้สงบที่สุด” พระเจ้าธนัญชัยทรงสรรเสริญความไม่กังวลในสมบัติปัจจุบัน […]

ผู้ใส่ร้ายคนดี ย่อมได้รับโทษทันตาเห็น พระพุทธพจน์ ผู้ใส่ร้ายคนดี ย่อมได้รับโทษทันตาเห็น ๑.ย่อมได้รับทุกขเวทนาแรงกล้า(เวทนํ ผรุสํ ชานี) ๒.ร่างกายถูกทำลาย(สรีรสฺส ว เภทนํ) ๓.เจ็บป่วยหนัก(ครุกํ วาปี อาพาธํ) ๔.จิตใจฟุ้งซ่าน(จิตฺตกฺ เขปํ ว ปาปุเณ) ๕.ได้รับอุปสรรคจากราชการ(ราชโต วา อุปสคฺคํ) ๖.ถูกกล่าวหาอย่างร้ายแรง(อพฺภกฺขานํ ว ทารุณํ) ๗.ความเสื่อมจากญาติ(ปริกฺขยํ ว ญาตีนํ) ๘.ความเสื่อมทรัพย์สิน(โภคานํ ว ปภงฺคุณํ) ๙.ถูกไฟไหม้บ้านเรือน(อถวาสส อคารานิ อคฺคิ ฑหติ ปาวโก) ๑๐.ผู้โง่ เขาตายไปย่อมตกนรก(กายสส เภทา ทุปฺปญฺโญ นิรยํ โส อุปปชฺชติ) (จากธรรมบท พระไตรปิฎก เล่ม ๒๕)

ความเพลิน เป็นเหตุให้เกิดทุกข์ ความเพลิน เป็นเหตุให้เกิดทุกข์ ความเพลินใดในรูป, เวทนา, สัญญา, สังขาร,วิญญาณ ; ความเพลินนั้น เป็นอุปาทาน ; เพราะอุปาทานของเขานั้นเป็นปัจจัย จึงเกิดมีภพ ; …เพราะภพเป็นปัจจัย จึงเกิดมีชาติ ; เพราะชาติเป็นปัจจัย ชรา มรณะ โสกะ ปริเทวะ ทุกขะ โทมนัส และอุปายาสจึงเกิดมีพร้อม ; ความก่อขึ้นแห่งกองทุกข์ทั้งสิ้นนั้น ย่อมมีได้ ด้วยอาการอย่างนี้. ขนฺธ. สํ. ๑๗/๑๘/๒๘.

หลวงพ่อซัง หรือ พ่อท่านซัง วัดวัวหลุง พระครูอรรถธรรมรส (ซัง สุวัณโณ) หลวงพ่อซัง เกจิอาจารย์รุ่นเก่าของจังหวัดนครศรีธรรมราช เหรียญรุ่นแรกของหลวงพ่อซัง เป็นหนึ่งในเหรียญเบญจภาคีที่แพงที่สุด ของเมืองนคร เหรียญหลวงพ่อซังเป็นเหรียญตายยอดนิยมที่มีราคาแพงที่สุดเหรียญหนึ่งในวงการพระเครื่อง พ่อท่านซัง หรือ พระครูอรรถธรรมรส พุทธคุณเหรียญพ่อท่านซัง เป็นที่กล่าวขานกันมาตลอดเวลา วัดวัวหลุง อาณาเขตของวัดแต่เดิมกว้างใหญ่ไพศาลมาก แต่ได้แบ่งให้สร้างโรงเรียน เนื้อที่วัดปัจจุบันจึงเหลืออยู่ประมาณ 30ไร่ ภายในวัดร่มเย็นด้วยต้นไม้ พระอุโบสถ ตั้งอยู่ตรงกลางลานวัด ประวัติของ หลวงพ่อซัง หรือ พระครูอรรถธรรมรส พระครูอรรถธรรมรส (ซัง สุวัณโณ) หลวงพ่อซัง นามเดิมชื่อซัง เป็นบุตร คนสุดท้ายของขุนวิน ศักดาวุธ (บุศจันทร์ ศักดาวุธ) มารดาชื่อนางส้ม ศักดาวุธ เกิดเมื่อวันอังคาร ขึ้น 15ค่ำ ปีกุนตรงกับวันที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2394 ณ บ้านพัง หมู่ที่2 ต.ควนพัง อ.ร่อนพิบูลย์ […]

เหรัยญหลวงพ่อปลอด วัดหัวป่า หรือ ปลอดหน้าหลังคง รุ่น 2 ปี 36 เนื้อทองแดง สภาพสวยมาก เหรียญรุ่นนี้มีด้วยกัน 2 บล็อกด้วยกันมีบล็อกฐานเกินกับฐานไม่เกินตามในรูป มีด้วยกันสองเนื้อมีเนื้อเงินกับเนื้อทองแดง พระรุ่นนี้เรียกอีกอย่างหนึ่งว่ารุ่นเสาร์ห้า เนื่องจากได้เข้าพิธีปลุกเสกในพิธีเสาร์ห้า บางคนอาจจะเคยเห็นเหรียญรุ่นนี้ตอกโค๊ด ๙๖ เหรียญชุดนี้ทั้งหมดตอนเข้าพิธีจะไม่ได้ตอกโค๊ตและสมัยท่านมีชีวิตอยู่ท่านแจกกับมือท่านเองก็ไม่มีการตอกโค๊ตดังเหรียญในรูปเพราะผู้เขียนรับมากับมือท่านเองพระชุดนี้หลังจากเข้าพิธีเสร็จเรียบร้อยแล้วพระส่วนหนึ่งพระอาจารย์เพิ่มลูกศิษย์คนใกล้ชิดของท่านซึ่งอยู่ อ. พระปะแดง จ. สมุทปราการ ในสมัยนั้น ได้นำมาแจกใน กทม. ภายหลังจากหลวงพ่อปลอดมรณะภาพแล้วพระส่วนหนึ่งยังตกค้างอยู่ที่พระอาจารย์เพิ่ม ท่านคิดว่าพระดังกล่าวอาจทำให้ประชาชนสับสนได้ จึงนำพระชุดนี้ไปให้ทางร้านตอกโค๊ดให้ ภายหลังท่านได้กลับไปประจำอยู่ที่วัดหัวป่า ท่านก็ได้นำพระชุดนี้ออกให้ประชาชนบูชาซึ่งตอกโด๊ตทั้งหมด พระรุ่นเสาร์ห้านี้แหละครับที่ทำให้ท่านดังเหมือนพรุแตกมาทุกวันนี้ไม่ว่าพระพิมพ์ถวายอาจารย์คงเนื้อว่านขาวซึ่งใช้ผงเก่าที่เหลืออยู่ในอุโบสถทั้งหมดซึ่งท่านได้ทำการปลุกเสกมานานหลายสิบปีและยังมีพระกริ่ง รุ่น 3 ปี 36 ที่ควรหามาไว้บูชา

ว่านลอยองค์พ่อท่านคง รุ่นนี้สร้างขึ้นที่วัดบ่อทอง หรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่า วัดตาหลวงคง ซึ่งมีพระอธิการปาน(พ่อท่านปาน) ซึ่งเป็นศิษย์ของพ่อท่านคง เป็นเจ้าอาวาสอยู่ พ่อท่านปานท่านเก่งพอตัวครับในสมัยนั้น ท่านเก่งทางด้านไสยเวทย์ แก้คุณไสย ชนิดที่ว่าภูติผีนี้เป็นต้องยำเกรงท่านครับ และท่านก็เป็นเกลอกับ พ่อท่านเล็ก วัดจุ้มปะ ด้วยซึ่งพ่อท่านเล็กสมัยก่อนก็ไปมาหาสู่กันประจำระหว่างวัดจุ้มปะ วัดธรรมโฆษณ์และวัดตาหลวงคง กล่าวถึงการจัดสร้างพระรุ่นนี้ เมื่อปีพ.ศ. 2519 วันนึงพ่อท่านปาน ท่านนึกถึงของดีชิ้นนึงที่พ่อท่านคง ผู้เป็นอาจารย์ได้มอบใว้ให้ก่อนที่ท่านจะมรณะภาพนั่นก็คือ ผ้าอังสะของท่านนั่นเอง ท่านเลยคิดว่าจะทำอย่างไรให้ผู้ที่เคารพศรัธทาต่อพ่อท่านคง ได้มีของดีใว้บูชาติดตัวกันทั่วๆ บวกกับท่านต้องการที่จะบูชาคุณอาจารย์ ประจวบกับมี ผงเถ้ากระดูกของพ่อท่านคงที่ได้เก็บใว้ พ่อท่านปานเลยคิดจะจัดทำพระว่านขึ้นมา ซึ่งก่อนหน้านี้ทางพ่อท่านแสง วัดชลเฉลิมเขต โกลก ท่านได้มีการจัดสร้างพระเป็นว่านลอยองค์มาก่อนแล้ว พ่อท่านปานเลยให้ลูกศิษย์เดินทางไปขอพิมพ์พระมาจากพ่อท่านแสง แรกเริ่มกดพิมพ์ก็ใช้แม่พิมพ์เดียวกันกับของโกลกแต่ทำได้ช้า เลยเกรงว่าจะไม่ทันฤกษ์ เลยให้ช่างแกะพิมพ์เพิ่มขึ้นมาทำให้รูปทรงแตกต่างออกไปบ้าง พระออกมาจะไม่ค่อยสวยเหมือนกับของโกลก สำหรับมวลสารหลักๆที่ใช้ก็คือ ผ้าอังสะ ผงเถ้ากระดูก ว่าน 108 ผงคำภีร์ใบลานเก่า ผงธูปและดอกไม้หน้าพระประทาน สำหรับผ้าอังสะของพ่อท่านคง ในตอนแรกจะทำการเผาเพื่อเอาจะขี้เถ้ามาผสมกับว่าน แต่ไม่ว่าจะเผาอย่างไรผ้าอังสะก็ไม่ไหม้ไฟเลยครับ เลยทำพิธีขอและใช้วิธีตำ ฉีกให้ยุ่ยๆแล้วผสมกับมวลสารต่างๆ ตำแล้วยัดใส่ในองค์พระตอนกดพิมพ์ เมื่อสร้างเสร็จได้ทารักใว้เพราะต้องการรักษาเนื้อพระใว้และที่สำคัญคือพระจะหอมมากและส่วนใหญ่จะถูกแมลงแทะเกือบทุกองค์ แต่ที่ยังไม่ได้ทารักก็มีอยู่บ้างเพราะกลัวจะไม่ทันพิธีปลุกเสก พระชุดนี้ถือได้ว่าเป็นพระที่มีพิธีการสร้างและส่วนผสมมวลสารที่ดี สร้างและปลุกเสกโดยลูกศิษย์สายพ่อท่านคงยุคแรกๆ […]

เนื่องด้วย องค์หลวงปู่ผู้เรืองฤทธิ์ พระครูพิศิษฐ์บุญสาร (ปลอด ปุญญสโร) แห่งวัดหัวป่านั้น….ท่านเป็นผู้เปี่ยมด้วยบุญญาบารมี อันหาที่สุด ที่ประมาณไม่ได้….วัตถุมงคลทุกอย่างของท่าน ล้วนมีวิธีใช้ อันพิศดาร ที่ทุกท่าน อาจคาดคิดไม่ถึง และอาจหลงลืม มองข้ามไปได้ในบางกรณี…. ผมจึงขอนำ วิธีการใช้เหรียญพระครูพิศิษฐ์บุญสาร(ปลอด ปุญญสโร) มาฝากพี่น้องทุกท่าน….เพราะใบฝอย พระว่าน หลายๆคนได้นำเสนอไปแล้ว….ยังขาดวิธีการอาราธนาเหรียญและวิธีใช้ อันพิศดาร ที่ พ่อท่านได้ประสิทธิประสาทธ์ไว้ (พ่อผมได้จดไว้เมื่อปี2528…หลังจากพิธีปลุกเสกเหรียญ รุ่นพิเศษพัดยศ พ่อผมได้นำดอกไม้ธูปเทียนเครื่องสักการะ เข้าไปกราบถามท่านโดยนอบน้อม…..ท่านหลวงปู่ได้เมตตาตอบมาอย่างชัดเจน..ผมเลยนำมาแต่งเป็นโศลก…ไว้เพื่อง่ายแก่การจดจำ…..) การใช้วัตถุมงคลอันใดๆของหลวงปู่ เมื่อสมดังประสงค์ สำเร็จผลแล้ว….ผู้ใช้ ต้องนำ….ข้าว1ถ้วย กล้วยน้ำว้า1หวี ใส่บาตร ทุกคราไปอย่าได้ขาด แล้วท่านจะเป็นผู้เจริญ และ อยู่เย็น เป็นสุขตลอดไป. ไม่ใช่เป็นการโชว์เหรียญนะครับ…แต่เป็นการเสนอข้อมูล ภูมิปัญญา..ปราชญ์โบราณ เพื่อการสืบสาน อนุรักษ์ไว้…และอาจมีประโยชน์สำหรับหลายๆท่านก็เป็นได้…ครับผม… ๏ ….เหรียญพระครู…พิศิษฐ์บุญสาร…..นั้นคุณอนันต์… มีสรรพคุณสำคัญ ลูกหลานเอ๋ย….จง…..มั่นหมาย… มีเหรียญหลวงพ่อปลอด จักรอดพ้น….อันตราย เภทภัยจักมลาย… หายห่วงได้….ลูกหลานเอย…๚ะ ๏ ….ต้องเสนียด…และจัญ…ไร ต้องคุณ..ไสย เวทย์มนต์ดำ โดนมนต์…มายากระทำ […]

ท่านอาจารย์มหาลอย วัดแหลมจาก วัดแหลมจาก ตั้งอยู่ที่บ้านปากรอ หมู่ที่ 6 ตำบลปากรอ อำเภอเมือง(ปัจจุบัน สิงหนคร) จังหวัดสงขลา สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย พื้นที่ตั้งวัดเป็นที่ราบ วัดแหลมจากสร้างขึ้นเป็นวัดนับตั้งแต่ พ.ศ. 2440 โดยมีพระมหาลอย จนทสโร เป็นผู้ริเริ่มสร้างวัดนี้ ชาวบ้านเรียกว่า “วัดแหลม” ได้รับพระราชทานวิสุงคามสิมาประมาณ พ.ศ. 2442 ท่านมหาลอย จนทสโร เจ้าอาวาสรูปแรกของวัดแหลมจาก (พ.ศ. 2440 – พ.ศ. 2482) เกิดที่บ้านปากรอ อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา เมื่อ พ.ศ. 2412 โยมบิดาชื่อ ฮิ้ว เป็นชาวพัทลุง เชื้อสายตระกูล ณ พัทลุง ส่วนโยมบิดาเป็นชาวสงขลาไม่ทราบชื่อ ท่านมีพี่น้องเดียวกัน 3 คน เป็นชายทั้งหมด ตังท่านเป็นคนกลาง มีพี่ชายชื่อ หนู ส่วนน้องชายชื่อ ชุม (ภายหลังเป็นพระสมุห์ชุม เจ้าอาวาสรูปที่ […]

ประมวลภาพวัดแหลมทราย บางส่วน (ปัจจุบัน) มณฑปซึ่งภายในเป็นที่บรรจุร่างของพ่อท่านฯ มณฑปที่บรรจุร่างของพ่อท่าน ประตูทางเข้ามณฑปด้านหน้า (มีทางเข้า 3 ด้าน) รูปหล่อลอยองค์ยืนของพ่อท่านฯ ด้านหลังรูปหล่อฯ เป็นที่พักศพของพ่อท่านฯ . ทางเข้าด้านหน้าวัดแหลมทราย ป้ายชื่อวัด พระอุโบสถซึ่งสร้างตั้งแต่สมัยพ่อท่านฯ หน้าบันพระอุโบสถ ป้ายหินอ่อนหน้าพระอุโบสถ ภาพพ่อท่านบนหินอ่อน ป้ายหินอ่อนด้านหลังพระอุโบสถ บอกให้ทราบว่าพระอุโบสถหลังนี้ เริ่มก่อสร้างโดยพ่อท่านฯ แต่ท่านก็มรณภาพเสียก่อนจะสำเร็จ ท่านเจ้าอาวาสองค์ต่อมาก็ดำเนินการต่อจนแล้วเสร็จ องค์พระนอนประดิษฐานอยู่ ใกล้กับทางเข้าด้านหน้าวัด เมรุสถานภายในวัด บทส่งท้าย ในส่วนของภาพวัตถุมงคล ผมก็พยายามอย่างที่สุดแล้วครับ แต่ก็ไม่สามารถนำมาภาพองค์จริงมาให้ชมได้ครบทุกแบบ ไม่ว่าจะเป็นพระพิมพ์นางพญา พิมพ์ขุนแผนหรืออื่น ๆ หากเพื่อน ๆ พี่ ๆ ชาวเวป คนใดมีภาพวัตถุมงคลที่ยังขาดหายไป ก็อยากจะขอให้ช่วยนำมาลงไว้เป็นวิทยาทานแก่เพื่อน ๆ ด้วยครับ ข้อมูลและภาพวัตถุมงคลทั้งหลายที่พี่ ๆ เพื่อน ๆ ได้ชมไป เป็นการนำข้อมูลจากหลาย ๆ แหล่งมาสรุปตามความคิดของผมเอง ไม่อาจถือเป็นข้อมูลที่ถูกต้อง 100 % ได้ […]